ค้นหาเว็บไซต์
คำหลัก
หมวดหมู่
ตำแหน่งปัจจุบัน:HOME > ข่าวสาร

  'บิ๊กตู่'ส่งคลิปปราศรัยเวที'ร้อยเอ็ด' ลั่นปราบโกงคุกมีไว้ขังอาชญากร

'บิ๊กตู่'ส่งคลิปปราศรัยเวที'ร้อยเอ็ด' ลั่นปราบโกงคุกมีไว้ขังอาชญากร

 

“บิ๊กตู่” ปราศรัยผ่านคลิปบนเวที “ร้อยเอ็ด” ลั่นปราบทุจริต คุกต้องมีไว้ขังอาชญากร ไม่ใช่มีไว้ขังคนจน  ครวญทุกข์ของรากหญ้าคือทุกข์ของผม อ้อนคนร้อยเอ็ดขอให้เชื่อมั่นเลือก “พปชร.” ขณะที่ “สนธิรัตน์”  วอนคนทั้งประเทศอย่าเลือก 2 ก๊ก “ตระกูลเพื่อ-ปชป.” หวั่นนำประเทศกลับสู่ความขัดแย้ง 

วันที่ 18 มี.ค. ที่สนามฟุตบอลโรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชารัฐเปิดเวทีปราศรัยใหญ่นำโดยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล นางวทันยา วงษ์โอภาสี หรือมาดามเดียร์ นายเวียง วรเชษฐ์ นางจุรีพร สินธุไพร พร้อมด้วยบรรดาผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด 7 เขต ประกอบด้วย เขต 1 นายสานิตย์ ว่องสันธนพงษ์ , เขต 2 นางรัชนี พลซื่อ , เขต 3 นายเอกภาพ พลซื่อ , เขต 4 นางตวงรัตน์ วงศ์เวไนย , เขต 5 นายเฉลิมศักดิ์ แสนปาน , เขต 6 นายอนิวรรต วรเชษฐ์ และเขต 7 นายชัชวาล แพทยาไทย ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยท่ามกลางประชาชนในพื้นที่ อ.เสลภูมิ และใกล้เคียงมาร่วมฟังปราศรัยนับหมื่นคน 

นายสนธิรัตน์ ปราศรัยว่า วันนี้ยังไม่เลือกตั้งประเทศไทยแบ่งเป็น 3 ก๊ก คือ ก๊กแรกคือพรรคตระกูลเพื่อที่พี่น้องเคยไว้วางใจ ถ้าก๊กนี้กลับมาเป็นรัฐบาล พรรคพลังประชารัฐเป็นห่วงว่าบ้านเมืองจะทะเลาะกันอีก ก๊กที่สองคือพรรคประชาธิปัตย์ ที่บอกว่าไม่เอาพรรคพลังประชารัฐ 2 ก๊กนี้ต่อสู้กันมาสิบกว่าปีผลัดกันเป็นใหญ่แต่บ้านเมืองไม่สงบ วันนี้ถ้าผลเลือกตั้งออกมาแล้ว 2 พรรคนี้ยังเป็นใหญ่ ตนกลัวว่าบ้านเมืองจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม ตนเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศ เชื่อว่าคนอีสาน คนร้อยเอ็ด ด้วยหัวใจอยากเห็นประเทศไทยมีทางออก ดังนั้นพรรคพลังประชารัฐอาสามาเป็นทางออก เพราะเราไม่ทะเลาะกับใคร ไม่เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร เป็นคนกลาง เป็นคนพาประเทศไม่ให้ถอยกลับไปที่เดิม 

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เรื่องสำคัญที่พี่น้องอยากได้หลังเลือกตั้ง นอกจากไม่อยากเห็นคนไทยทะเลาะกันแล้วก็อยากให้มีชีวิตที่ดีขึ้น พรรคพลังประชารัฐมีนโยบายที่ทำได้ ทำจริง และทำทันที ถ้าพรรคได้เป็นรัฐบาลจะทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อไป ให้พี่น้องมีกินมีใช้ นโยบายอย่างนี้กินได้ใช้ได้จริง ส่วนพี่น้องชาวร้อยเอ็ดทุ่งกุลาร้องไห้ปลูกข้าวหอมมะลิต้องรวยทุกบ้าน เอาไปเลย 7 หมื่น ค่าปลูก 3 หมื่น ค่าเกี่ยว 4 หมื่น และยังได้ค่าเก็บอีกตันละ 1,500 ส่วนอ้อยปีหน้าเอาไปอีกตันละ 1,500 บาท    

จากนั้นได้มีการเปิดคลิปปราศรัยของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ บนเวที โดย พล.อ.ประยุทธ กล่าวว่า “ขอให้คำมั่นและเชื่อใจในตัวผม จะไม่ทำให้ผิดหวัง จะสานต่อนโยบายดี ๆ และนโยบายใหม่ ๆ จะแก้ไขปัญหาที่เหลือ ตอลดจนวางรากฐานให้ประเทศมั่นคง นำความรักความสามัคคีปรองดองกลับคืนมาเพื่อรองรับภัยคุกคามใหม่ ด้านการเกษตรต้องยกระดับชาวไร่ชาวนาให้เข้มแข็งพึ่งพาตนเอง ส่งเสริมให้รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจ เป็นเกษตรแปลงใหญ่ นำเทคโนโลยีมาช่วย ความทุกข์ของพี่น้องฐานรากก็เป็นความทุกข์ของผม เราต้องให้ความสะดวกกับเด็ก ผู้สูงวัย ผู้พิการ และสตรี เรื่องไม้มีค่าเป็นมรดก ปลูกป่าเป็นการออม ฝายมีชีวิต เพิ่มแหล่งน้ำเติมความชุ่มชื้นให้ดินและป่า การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ยกระดับกองทุนยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ ต้องทำคุกไว้ขังอาชญากร ไม่ใช่มีไว้ขังคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กองทุนการออม หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เหล่านี้ต้องทำต่อ รวมทั้งต้องแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ต้องทำกฎหมายให้ทันสมัย เป็นธรรมกับทุกคน ขจัดการทุจริต โปร่งใส่ มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ ลดเงื่อนไขในสังคม มีความเสมอภาคเท่าเทียม ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ถ้าเราได้ทำต่อร่วมกันทุกอย่างจะสมบูรณ์ ขอให้ทุกคนร่วมมือไปกับผม” 
 
ทั้งนี้นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล กรรมการบริหารพรรค และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ปราศรัยว่า พรรคพลังประชารัฐมีนโยบายแก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตกรชาวนา ไม่ว่าจะเป็นเงินช่วยค่าหว่านค่าไถเตรียมดิน ค่าเกี่ยว และค่าเก็บไว้ในยุ้งฉางเพื่อรอขายตอนข้าวราคาดี นโยบายเหล่านี้ทำมาแล้วและทำได้จริง หากได้เป็นรัฐบาลก็พร้อมทำทันที เช่นเดียวกับนโยบาย สปก.4.0 ที่จะให้พี่น้องเกษตรกรที่มีสิทธิสามารถนำเอกสาร สปก. ซึ่งไม่สามารถทำการเกษตรได้เอาไปจำนองกับธนาคารเพื่อนำเงินมาลงทุนทำกินได้ รวมทั้งเพิ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและเพิ่มสิทธิประโยชน์ นอกจากนี้ยังมีโครงการมารดาประชารัฐที่จะให้เงินช่วยสตรีมีครรภ์ตั้งแต่ตั้งท้องไปจนถึงเด็กอายุ 6 ขวบอีกด้วย การเลือกวันที่ 24 มีนา เป็นการเลือกเพื่ออนาคตของพี่น้องทุกคนจะได้มีความสงบ มีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นการเลือกตั้งเพื่อลูกหลานของชาวอีสานได้มีอนาคตที่สดใส

ขณะที่นายเอกภาพ พลซื่อ ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พื้นที่ อ.เสลภูมิ เป็นการต่อสู้กันมาระหว่างตนกับนายสุรพร มากว่า 30 ปี แต่วันนี้พวกตนอยากเป็นความสงบสุข เราจับมือกันมาร่วมงานกันที่พรรคพลังประชารัฐเพื่อนำประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง จึงขอให้เลือก น.ส.ตวงรัตน์ วงศ์เวไนย ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นตัวแทนของตนและนายสุรพรมาเป็นผู้แทนให้กับพี่น้อง    

ก่อหน้านี้นายสนธิรัตน์ ได้เปิดศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมี นางจุรีพร สินธุไพร นายเวียง วรเชษฐ์ ผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และผู้สมัครส.ส.เขตทั้ง 7 เขตในจังหวัดร้อยเอ็ด และประชาชนรอให้การต้อนรับ และฟังการปราศรัยนับพันคน

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า วันนี้ตนมาร้อยเอ็ดมั่นใจว่ากระแสพรรคเราในจังหวัดร้อยเอ็ดกำลังดีขึ้นมาก จนเป็นที่หวั่นเกรง ของผู้สมัคร จากพรรคอื่น และมั่นใจว่าพรรคเราจะสามารถยึดพื้นที่ได้มากพอสมควร และอาจเป็นครั้งแรกในรอบ 10 กว่าปี ที่จะมายึดพื้นที่ในภาคอีสานได้ที่นั่ง สส.มากที่สุดเท่าที่มีการเลือกตั้งมา

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ช่วง โค้งสุดท้ายเราต้องจับตาดูทุกเรื่อง สิ่งที่ต้องติดตามคือ ดูความเคลื่อนไหวทุกเรื่องเช่นกัน ซึ่งเรามีจุดยืนและมีการนำเสนอนโยบายอย่างเข้มข้นใน 7 วันสุดท้ายเช่นกัน 

ส่วนกรณีพรรคพลังประชารัฐ ถูกโจมตีว่าเป็นพรรคเผด็จการ นั้น นายสนธิรัตน์ บอกว่า เป็นการสร้างวาทกรรมทางการเมือง เป็นการพยายามแยกส่วน เพื่อให้พรรคตนเองได้เปรียบทางการเมือง และไม่มีเผด็จการใด ที่เกิดขึ้นจากการลงคะแนนของพี่น้องประชาชน เพราะถ้าหากขาดเสียงและการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ฉะนั้นผู้ ตัดสินใจจึงเป็นพี่น้องประชาชน ถ้าประชาชนรู้ เท่าทัน ก็จะตัดสินใจได้ว่าเผด็จการที่แท้จริงไม่มี เราเป็นพรรคการเมืองที่ เข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง และน้อมรับการตัดสินใจของประชาชน จึงอยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจทั่วกันว่าเผด็จการเป็นเพียงวาทกรรมทางการเมืองเท่านั้น

 "วันนี้บ้านเมืองมีการกำลังจะเลือกตั้ง ปรากฏว่า บ้านเมืองเริ่มทำท่าไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดี เพราะปัจจุบัน การเมืองแบ่งออกเป็นสามก๊ก ก๊กแรกจะเป็น ก๊กเพื่อไทย ก๊กที่ 2 คือก๊กประชาธิปัตย์ และก๊กที่สาม คือพลังประชารัฐ อย่างกกที่ 2 อยู่ดีๆก็ประกาศว่า ถ้าเขาเป็นแกนนำเขาจะไม่เอา พลเอกประยุทธ์ แต่จะเอาพลังประชารัฐ มาเป็นมาร่วมรัฐบาล ผมก็งงๆ 

วันนี้บอกเลยว่าก๊กแรก ยังไงก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลเพราะเสียงไม่พอ ก๊กที่ 2 ความจริงแล้วเขาก็เป็นพรรคที่มีแนวโน้มที่จะมาจับมือกับพลังประชารัฐไปเป็นรัฐบาล การเลือกตั้งที่ผ่านๆมา จะเห็นว่าก๊กแรกและก๊กที่ 2 ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ มาตลอด สุดท้ายก็เกิดการแบ่งฝ่ายแบ่งสี เกิดความวุ่นวาย จนพลเอกประยุทธ์ต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์จนบ้านเมืองสงบและกำลังแก้ปัญหาต่างๆให้ดีขึ้น ดังนั้นหากพี่น้องประชาชนอยากเห็นประเทศสงบและเดินหน้าต่อไปต้องสนับสนุน และเลือกผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐในทุกเขต เพื่อจัดตั้งรัฐบาล สานต่อนโยบายต่างๆตามนโยบายของพรรคต่อไป" เลขาธิการพรรค พปชร. ระบุ

จากนั้นเลขาธิการพรรคได้ไปขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วย นางสาวตวงรัตน์ วงศ์เวไนย ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 4   ที่ อ.เสลภูมิ และนายสานิต ว่องสัธนพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส. ร้อยเอ็ดเขต 1 ช่วงค่ำวันเดียวกัน ที่ลานสาเกตนคร บริเวณบึงพลาญชัย อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด

 

[ คลิกที่จำนวน:] [พิมพ์] [ปิด]

  ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่มีการบันทึก