ค้นหาเว็บไซต์
คำหลัก
หมวดหมู่
ตำแหน่งปัจจุบัน:HOME > ข่าวสาร

  'สมชัย'ชี้จุดตาย กกต. ! คำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

'สมชัย'ชี้จุดตาย กกต. ! คำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

 

วันที่ ๑ เม.ย.๒๕๖๒  นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Somchai Srisutthiyakorn หัวข้อ จุดตายของ กกต.ชุดปัจจุบัน ความว่า ความวุ่นวายไม่เรียบร้อยในการจัดการเลือกตั้งในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร นอกเขต การนับคะแนน การรายงานผล บัตรเขย่ง การให้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจน เป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่อาจเป็นสาเหตุเพียงพอหรือมีนัยยะสำคัญที่นำไปสู่การถอดถอนหรือลงโทษใดๆต่อ กกต.ได้ชัดเจนนัก          

เพราะหากกล่าวให้เกิดความเป็นธรรม การที่ กกต.เพิ่งเข้ามาใหม่ ความเข้าใจในรายละเอียดต่างๆกับการเลือกตั้งที่ต้องอาศัยบุคลากรร่วมล้านคนมาช่วยกันทำงานนั้นยากที่ กกต.จะเข้าไปกำกับดูแลให้เกิดความเรียบร้อย ทุกอย่างจึงเป็นเรื่องที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องรับผิดชอบมากกว่า แต่กระแสสังคมกลับมาลงที่ กกต. ๗ ท่าน

แต่เรื่องหนึ่งที่ต้องเตือนและเป็นจุดตายแน่นอนที่อาจนำไปสู่การถอดถอนอย่างมีเหตุผลและอาจนำไปสู่ความผิดทางอาญาได้โดยง่ายหากยังไม่ใส่ใจโดยยังให้สำนักงานเป็นผู้กระทำโดยปราศจากการกำกับอย่างจริงจัง คือเรื่อง สูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น มีขั้นตอนของการคำนวณ เขียนไว้ใน มาตรา ๑๒๘ ของ พรป.ส.ส. ซึ่งอ่านแล้วไม่สามารถเข้าใจได้โดยง่าย และสามารถอ่านแปลความหมายนำไปสู่การคำนวณที่แตกต่างกันและทำให้เกิดผลแตกต่างกันอย่างน้อยสองแบบ     

แบบแรก เป็นแบบที่เห็นเผยแพร่ในสื่อทั่วไป ทำให้มีพรรคเล็กได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ๑ ที่นั่ง เพิ่มขึ้นมาจำนวน ๑๑ พรรค โดยเป็นพรรคที่ได้คะแนนระหว่าง ๓๓,๗๔๘-๖๙,๔๑๗ คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนที่ต่ำกว่า ค่าเฉลี่ยของ ส.ส.๑ ที่นั่ง ที่คำนวณไว้ว่า เท่ากับ ๗๑,๐๖๕ คน เป็นการขัดกับเหตุผลว่า คะแนนแค่สามหมื่นเศษ ทำไมถึงได้ ส.ส. ในขณะที่ พรรคใหญ่และพรรคกลางต้องใช้คะแนนถึงเจ็ดหมื่นเศษจึงได้ ส.ส.หนึ่งคน

แบบที่สอง เป็นการคำนวณโดยนักวิชาการ ที่นำแต่ละบรรทัดของกฎหมายมาแปลความและทดลองคำนวณ ซึ่งมีผลทำให้ ๑๑ พรรคเล็กที่มีคะแนน ส.ส.เขต ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ๗๑,๐๖๕ คน ไม่ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และทำให้พรรคกลางและพรรคใหญ่ มีจำนวน ส.ส.มากขึ้น

การตัดสินใจแบบใดแบบหนึ่ง หากมีการพิสูจน์ได้ว่า เป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่ของ กกต.เพื่อไปสนับสนุนให้พรรคการเมืองใด ชนะการเลือกตั้งและสามารถตั้งรัฐบาลได้ จะตรงกับข้อหาที่ กกต.ชุดที่สองเคยโดนมาก่อน คือ “กระทำการเพื่อให้เกิดความได้เปรียบของพรรคการเมืองหนึ่งทำให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้” ซึ่งผลคือ กกต.ถูกศาลตัดสินจำคุก

เรื่องนี้ จึงเป็นเรื่องที่ กกต. ๗ ท่านต้องคิดและรับฟังจากทุกฝ่ายให้รอบคอบ เพราะแปลความผิดอักษรเดียว มีพรรคที่ได้ มีพรรคที่เสีย และเขาฟ้องแน่นอนครับ.


เพื่อไทยเตรียมกางกฎหมายตรวจสอบวิธีคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ
 
ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทยบอกว่า แกนนำพรรคพร้อมด้วยฝ่ายกฎหมายของพรรค จะหารือข้อกฎหมายเกี่ยวกับวิธีการคำนวณ ส.ส. ที่ขณะนี้ยังเป็นปัญหาอยู่ ซึ่งมองว่าสูตรการคำนวณ ส.ส. ของ กกต. ที่เป็นประเด็นในขณะนี้ อาจเป็นการคำนวณที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเลือกตั้ง โดยพรรคจะหารือกัน พร้อมทั้งเอาตัวเลขมาคำนวณตามกฎหมาย เพื่อดูว่าแต่ละพรรคควรจะได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อเท่าไร ขณะเดียวกันก็ต้องรอให้ทาง กกต. ออกมาชี้แจงว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก่อนจะมาคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อโดยใช้หลักตามอำเภอใจ เพื่อสนับสนุนใครคนใดคนหนึ่งคงจะไม่ได้
          
ก่อนหน้านี้ก็ยังมีข้อสงสัยศัพท์ใหม่ๆเกิดขึ้น เช่น บัตรเขย่ง ที่เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกในชีวิตตั้งแต่ที่เป็นนักการเมืองมา ก็เป็นเรื่องที่ กกต. ต้องทำความเข้าใจว่าคืออะไร ส่วนตอนนี้มีปัญหากับตัวเลขต่างๆ เช่น ตัวเลขผู้ใช้สิทธิ ตัวเลขผู้มีสิทธิซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ขอยืนยันข้อเรียกร้องเดิมคือให้ กกต. เอาตัวเลขทั้งหมดออกมาเปิดเผย เมื่อทุกฝ่ายได้ดูทั้งสื่อมวลชน ทั้งประชาชนได้ดู แล้วตัวเลขบวกกันลงตัว ฟังแล้วสมเหตุสมผลทุกอย่างก็จบ ไม่อยากให้ กกต. และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาชี้แจงรายวัน ตอนนี้การแสดงผลการเลือกตั้งล่าช้ามามากแล้ว การตัดสินใจที่ผิดพลาด หรือไม่ชัดเจนมีผลได้เสียต่อการสะท้อนเจตนารมย์ของประชาชน เกิดความอึมครึม วันนี้ทุกคน พรรคการเมืองรอทำงานอยู่ ทุกคนมีตัวเลขในมือ รอเพียงตัวเลขจาก กกต.
          
เมื่อถามว่า รับได้ไหมหากสุดท้ายแล้วการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ นายภูมิธรรม กล่าวว่า “อยู่ที่ความเป็นจริง ถ้าความเป็นจริงเลอะเทอะ ก็ต้องยอมรับผลของความเลอะเทอะ ถ้าความจริงชัดเจนก็จบ เราคิดว่าเราไม่ได้มโน เราอยู่กับพื้นฐานของความเป็นจริงที่เกิดขึ้น”

[ คลิกที่จำนวน:] [พิมพ์] [ปิด]

  ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่มีการบันทึก